หน้าหลัก ข่าวบ้านการเมือง นักการเมืองอารมณ์ดี สภากาแฟหอม พันธกิจอารมณ์ดี   วันที่ 12 ตุลาคม 2551
 
 
หน้าแรก
ประวัติ
กว่าจะถึงวันนี้
นโยบายและวิสัยทัศน์
ผลงานและเกียรติยศ
โครงการในปัจจุบัน
ประชาสัมพันธ์
สมาชิกการเมืองอารมณ์ดี
 
 
 
 
นโยบายกรุงเทพมหานคร...

เวลานี้ผมคือ " ผู้อาสา" ไม่ใช่ผู้บริหารบริษัทใหญ่ยักษ์ที่ไหนอีกต่อไปแล้ว สิ่งที่ผ่าน ๆมาถือเป็นอดีตไปจนหมดสิ้น ผมต้องเตรียมตัวให้พร้อมกับบรรยากาศการเมืองแบบไทย ๆผมต้องเตรียมตัวให้พร้อมกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ว่าเสียงนั้นจะมาจากฝ่ายไหน ๆ ก็ตาม การทำงานของผมเริ่มขึ้นในตำแหน่งใหม่ หลายครั้งที่ผมไปหาเสียงตามเขตธุรกิจต่าง ๆ จะเห็นว่ากรุงเทพ ฯ เป็นแหล่งรวมของคนทุกพื้นที่ในประเทศไทย ปัญหาของกรุงเทพ ฯในเวลานี้ไม่ใช่แค่จราจรติดขัด หรือปัญหามลพิษ แต่เป็นปัญหาการกระจุกตัวของคนในกรุงเทพฯ ความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยจึงเกิดขึ้น เราต้องแก้ปัญหาโดยการหาทางกระจายความเจริญออกไป ปัจจุบันเรายังมีพื้นที่รอบนอก ไม่ว่าจะเป็นลาดกระบัง มีนบุรี หนองจอก ทวีวัฒนา ตลิ่งชัน และบางขุนเทียน ซึ่งสามารถกระจายความเจริญออกไปได้ ถ้าเราทำให้คนได้ทำงานใกล้บ้าน มีโรงเรียนดี ๆ ใกล้ ๆบ้านให้ลูกหลาน มีโรงพยาบาล มีสวนสาธารณะให้เดินเล่นในวันหยุด เมื่อคนไม่ต้องเดินทางไกล ๆ ปัญหาการจราจรก็จะลดลง จากนั้นปัญหามลภาวะก็จะคลี่คลายตามมา

เมื่อพูดถึงกรุงเทพฯ ทุกคนจะนึกถึงการจราจรที่คับคั่ง ชุมชนที่แออัด และมลภาวะ ปัญหาต่าง ๆเหล่านี้เกิดขึ้นและเรื้อรังมานาน ผมก็คนหนึ่งล่ะที่เป็นคนกรุงเทพ ฯที่ประสบปัญหาเหล่านี้ ก่อนที่ผมจะเข้ามาสู่ถนนการเมือง ยังเคยคิดเล่น ๆ เลยว่า ถ้าผมได้เป็นผู้ว่า 1 วันผมจะทำอะไรบ้าง ในเมื่อวันนี้ความฝันของผมเป็นจริงแล้ว แน่นอนสิ่งที่ผมเคยคิดสมัยก่อน ย่อมเนรมิตรให้เกิดเป็นรูปธรรมได้ หลายครั้งตอนที่ผมไปทำงานหรือกลับบ้าน ก็ต้องเผชิญกับสภาวะ รถติด หลายครั้งที่ผมตัดสินใจผิดในการเลือกเส้นทางกลับบ้าน แต่จะมีใครรู้มั้ยว่าเส้นทางไหนล่ะที่รถไม่ติด การกลับบ้านกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผมคิดป้ายจราจรที่บอกสภาพการจราจรล่วงหน้า ซึ่งจะช่วยให้รถไม่กระจุกตัวอยู่ที่ใดที่หนึ่ง หลายครั้งที่ผมเห็นรถแท็กซี่จอดรถรับผู้โดยสารระ หว่างทาง ซึ่งบางครั้งเป็นสาเหตุของรถติด ที่จอดรถอัจฉริยะจึงเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้โดยสาร ก่อให้เกิดความสะดวกสบายทั้งคนรับและผู้ใช้บริการ

จากการสำรวจการใช้ชีวิตของคนกรุงเทพฯ ในจำนวนกลุ่มคนที่หาเช้ากินค่ำ พบว่าคนกลุ่มนี้จะอาศัยอยู่ตามชุมชนต่าง ๆ ในเขตกรุงเทพมหานครซึ่งมีมากมายถึง 1,720 แห่ง ทั้งชุมชนที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพ ฯและตั้งอยู่รอบนอกๆ กรุงเทพฯ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าคนในชุมชนเหล่านี้ย่อมมีคุณภาพชีวิตที่ต่ำกว่ามาตรฐานที่ควรจะเป็น เป้าหมายของผมในเรื่องนี้คืออะไร เป้าหมายของผมต้องการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ขึ้นมาเพื่อเป็นพื้นฐานในการพัฒนาคุณภาพชีวิต
ที่ดีขึ้น เมื่อคนมีคุณภาพรูปแบบการดำเนินชีวิตก็จะเปลี่ยนไป ความเห็นแก่ตัว นิสัยความมักง่าย ซึ่งเกิดขึ้นในเมืองใหญ่ ๆ ทั่วโลกก็จะลดจำนวนลง ผมหวังว่าถ้าเรายกระดับมาตรฐานการเรียนการสอนขึ้นมา นำเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ทันสมัยเข้าไปช่วยสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้สร้างห้องสมุดกระจายไปตามชุมชนต่าง ๆ ตลอดจนส่งเสริมกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นกีฬา ดนตรี ศิลปะ และการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ สร้างห้องสมุดกระจายไปตามชุมชนต่าง ๆ เด็ก ๆ เหล่านี้ก็จะน่าเติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ ผมคิดเสมอมาว่านอกเหนือจากปัญหากระจุกตัวของคนกรุงเทพ ฯ ก็เรื่องการศึกษานี่แหละที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน

 
หน้าที่ 1 2