วิสัยทัศน์
ผมเองถึงแม้จะเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัท แต่ผมก็มีรูปแบบการทำงานที่ถือปฏิบัติเสมอมาอยู่อย่างหนึ่ง เมื่อมีโอกาสผมจะลงไปสัมผัสกับผู้บริโภค ลงไปสัมผัสกับร้านค้าให้มากที่สุด ผมอยากรู้ว่าพวกเขามีความเป็นอยู่อย่างไร ต้องการสินค้าหรือบริหารแบบไหน การเมืองก็เหมือนกับการทำธุรกิจ แต่ทางการเมืองมีรายละเอียดอื่น ๆ ที่ยุ่งยากและซับซ้อนกว่า เพราะเป็นเรื่องของคนหมู่มาก ที่ย่อมเห็นแตกต่างกันในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเสมอ งานการเมืองจะมุ่งไปที่ประชาชนเหมือนกัน เราต้องรู้ว่าประชาชนต้องการอะไร และตอบสนองความต้องการนั้นเช่นเดียวกับลูกค้าในการทำธุรกิจ
คนจึงเป็นจุดเริ่มต้นในการบริหารกรุงเทพมหานคร คนเป็นตัวตั้งจากนั้นจึงจะแตกรากลงไป จากรากแก้วไปสู่รากกิ่ง จากรากกิ่งลงไปสู่รากแขนงจากนั้นถึงจะแยกย่อยไปสู่รายละเอียดส่วนต่าง ๆ แต่ท้ายที่สุดกระบวนการทั้งหมดจะย้อนกลับมาสู่คนอีกครั้งหนึ่ง กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความสลับซับซ้อน คนจากทั่วทุกหนแห่งของประเทศมุ่งหน้าเข้ามาทำมาหากิน เมื่อใดก็ตามที่มีปัญหาเกิดขึ้นก็ยากที่จะแก้ไข จะว่าไปแล้วบทบาทของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ก็คือบทบาทของการเป็นผู้ "อาสา" ในขณะผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง คือ "เจ้าของบ้าน" ที่กำลังเลือกตัวแทนให้มาทำหน้าที่ดูแลเมืองหลวงแห่งนี้ ดังนั้นการสอบถามความคิดเห็นจาก "เจ้าของบ้าน" ว่าพวกเขามีความต้องการอย่างไร อยากให้กรุงเทพมหานครก้าวเดินต่อไปอย่างไรในอนาคต และดึงคนเหล่านี้ให้มาช่วยกันดูแล บ้านของพวกเขาเองคนละไม้คนละมือ โดยการกระตุ้นให้คนเหล่านี้มีความรู้สึกว่ากรุงเทพ ฯ คือบ้านของพวกเราทุกคน ผมเองเชื่อเสมอว่าถ้า ทุกคนร่วมไม้ร่วมมือกันอย่างเต็มอกเต็มใจ เราก็จะอยู่บ้านหลังนี้ได้อย่างมีความสุข นี่แหละคือที่มาของคำว่า "กรุงเทพ ฯ ของเรา" ที่ผมใช้เป็นคำขวัญในการรณรงค์เลือกตั้งผู้ว่า ฯ กทม. ในครั้งนี้
แนวคิดมุมมอง
ช่วงที่ทำงานอยู่ที่พิซซ่า ฮัท ผมรู้อย่างเดียวว่าผมไม่อยากไปทำงานในโรงงานอาหารกระป๋องเหมือนเพื่อน ๆ ที่จบฟู้ดไซน์มาด้วยกัน การร่วมหอลงโรงกับพิซซ่า ฮัท นั้นเป็นฟาสต์ฟู้ดของบริษัทฝรั่ง ซึ่งเป็นเรื่องของความทันสมัย เพิ่งนับหนึ่งในเมืองไทย เมื่อเพิ่งเริ่มนับหนึ่ง ผมเองย่อมมีโอกาสเติบโตไปกับธุรกิจนี้ได้ ไม่ว่าจะเปลี่ยนงานกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ธุรกิจที่ผมโดดเข้าไปร่วมงานด้วยมักสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ ของคนในห้วงเวลานั้น ๆ เสมอ ที่สำคัญต้องมองแล้วว่าเป็นธุรกิจที่มีอนาคต ตั้งแต่ทำงานในบริษัทโฆษณาลินตาส ผมจะดูแลสินค้าของบริษัท ยูนิลีเวอร์ ตัวเล็ก ๆ เช่น พวกสบู่ไลฟ์บอย ซันไลท์ และอื่น ๆ ทำให้ผมรู้ว่างาน บริหารงานลูกค้า หรือ AE เหมือนกันชนระหว่างลูกค้ากับบริษัท บางครั้งคนที่อยู่ตรงกลางอย่างเราถูกชนจนบี้แบน วิธีการกับการรับมือของผมก็คือ ผมจะเตรียมตัวให้พร้อมที่สุดต้องมีข้อมูลอยู่ในมือให้มากที่สุด ต้องเตรียมการนำเสนอให้ดี ชนิดที่ลูกค้าไม่กล้าปฏิเสธแนวคิดที่เราเสนอไปคุณต้องรอบรู้ทุกเรื่อง คุณต้องสนใจในเรื่องที่ลงมือทำจริงๆก็เหมือนกับการสัมภาษณ์งานตอนที่ผมได้งานที่เป๊ปซี่ ผมก็ใช้วิธีเช่นนี้เหมือนกัน ตอนที่ผมร่ำเรียนปริญญาโทอยู่ที่นิด้า ผมมักพูดกับตัวเองอยู่เสมอ ๆ ว่า ผมจะต้องเป็นนักบริหาร หรือนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จให้ได้ภายในอายุสามสิบต้น ๆ สำหรับบางคนจะใช้วิธีปล่อยชีวิตก้าวเดินไป เหมือนเข็มนาฬิกาที่ไม่รีบร้อน แต่ตรงกันข้ามผมมักกดดันตัวเอง อยากเห็นผลลัพธ์ที่ออกมาเร็วกว่าคนอื่น ผมอยากเห็นความมุ่งมั่นจากการทำงานหนัก เช่นเดียวกับแรงใจที่โถมใส่เข้าไป ในการทำงานผมเองก็มีหลักปรัชญาการทำงานอยู่ 4 ประการ ประการแรก ธุรกิจที่ผมทำอยู่จะไม่มุ่งหวังแต่เพียงผลกำไร ประการต่อมา ธุรกิจที่ผมทำอยู่จะต้องนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้ผู้บริโภค ประการที่ 3 พนักงานในบริษัทของเราจะต้องมีชีวิตที่มีความสุข และประการที่ 4 ก็คือ เรื่องของสังคม เมื่อเราอยู่ในสังคมใด เราก็ต้องตอบแทนคุณให้กับสังคมนั้น
|